วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555

เรื่องไม่ช่วยงาน...

จริง ๆ เค้าก็พูดกันมานมนานแล้ว ...
และก็จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ค่อยอยากจะเล่าอะไรอีก
แต่ว่าพูดสักหน่อยก็ได้เรื่องที่เคย ช่วยที่พอจำได้

***************

- จัดทำโปรแกรมพิมพ์ สติกเกอร์ ท/ส เครื่องคอมพ์
คือ เค้าไปทำสติกเกอร์เปล่า ๆ มา แล้วก็เอาเครื่องพิมพ์ดีดมานั่งพิมพ์ กัน เอามา 2 เครื่อง กว่าจะได้แต่ละแผ่น นาน คาดการณ์ว่าคงต้อง OT กัน เป็นเดือนละ

ผมก็ช่วย น้อง ๆ บอก ไม่ไหว เป็นพัน ๆ ดวง ตาย แน่ ๆ ถ้าเป็นแบบนี้ เอา ผมก็ช่วย เพราะผมเคยทำ โปรแกรมสติกเกอร์ แปะ พวก แผ่นพวกเทป อะไรมาแล้ว ใช้โปรแกรมภาษา Basic 4.5 เป็นคอมพลายเลอร์ ...

จริง มันก็ยากส์อยู่เหมือนกัน เพราะ ต้องมี เลขเต็มหลัก คือ ถ้า No = 10 มันจะต้องมีหน้าตาแบบนี้
xxx - xxx - 00010 ถาม ๆ พี่โปรแกรมเมอร์ เค้าใช้ยูซิงค์ คือยูซิงค์มันก็ดี แต่มันต้องทำทุก ๆ หลักเพื่อเช็คจำนวนหลัก แล้วจะได้เอา 0 ไปเติม มันดูแล้วเยินเย่อ มาก
ผมก็เลย ใช้วิธีตัดเอา ให้ค่าตัวแปร แบบข้อความเป็น 00000 แล้ว เอาค่าตัวแปร แบบตัวเลข มาบวกกัน แล้วให้นับจากข้างหลังมาหน้า 5 หลัก แล้วตัดเอาไปไว้อีกตัวแปรหนึ่ง แล้วก็เอาตัวแปรนั้นไปพิมพ์ เออ.... ง่ายดีแหะบรรทัดเดียวจบ

อีกอย่างก็ยากส์เหมือนกัน พิมพ์ แนวนอน แบบภาษาจีน นั้นและ เค้าไว้ปะ สันเทป เทปวงกลมใหญ่ เรียกกันว่าโดนัทนั้นและ ก็คุ้น ๆ ว่าเคยเห็นแต่สั่งยังไงจำไม่ได้ก็ไปเปิดหนังสือเก่า ๆ ดู มันก็มีนะ เป็นของพวกเครื่อง 8 บิท แต่ก็คอมพลาย ผ่าน ใช้ได้ดีเลย

กลับมาที่สติกเกอร์ ท/ส ..พอทำเสร็จ พิมพ์ วันเดียวเสร็จ จบ แ้ล้วเค้าก็เกณร์ คนไปทำโอที แปะสติกเกอร์กัน แล้วก็เรียกให้ผมไปผมบอกผมไม่เกี่ยว ผมรับแจ้งเครื่องเสีย ... เท่านั้นและ ไอ้นี้ อู้ ไอ้นี้ไม่ช่วยงานน ... ผมช่วยขนาดนี้แล้ว ยังมามีหน้ามาพูดอีกว่าไม่ช่วย

อืม... วิชั่น คนที่นี้ แย่นะ... คนเค้าช่วยขนาดนี้ยังมาว่ากันอีก...

จริง ผมก็ชินแล้ววว นะ ทำอะไรมันต้องเลว ต้องชั่ว
มันเป็นระบบกดหัวของพวกอำมาตย์ อำมาตย์ ก็เป็นเช่นนั้น... นี้คือระบบอำมาตย์

***********************
- ลงโปรแกรม MS Office 4.2 บางเครื่องก็ลงได้ บางเครื่องก็ลงไม่ได้บาง

พวกบริษัทขาย โปรแกรมเค้าก็บอกว่า โปรแกรมต้องการสเปกขั้นต่ำแบบนี้ ลงได้ไม่มีปัญหา พวกเจ้าของเครื่อง ก็ว่าเครื่องผมสเปกถูกต้อง หากันอยู่หลายอาทิตย์ จนให้ผมช่วยหาสาเหตุปัญหา เอาผมก็พยายามหาให้

ก็ลอง ลงดู พบปัญหา ลงแล้วบางเครื่องก็ Run ได้ บางเครื่องก็ Run ไม่ได้ ฟ้องว่ามีปัญหาเรื่อง Memory เอากรรม เลยย ผมก็ งง เหมื่อนกัน

เรื่อง Memory สมัยก่อนนั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะราคาแพงมาก ๆ ไม่เหมือนสมัยนี้ สมัยนั้น Dos Ver 3.3 มีแล้วยังไม่ใช้กันเลยย มันกิน Memory มากกว่า Dos Ver 3.2 หน่อยหนึ่ง นิดเดียวก็ต้องประหยัดกันครับ...

สมัย Win 3.xx นั้น เป็น MS Dos 6.22 แล้ว 6.3 ก็มีครับแต่เป็นของ IBM ไม่ใช่ของ Microsoft

ผมก็ลอง Format ลงใหม่ ก็ไม่หาย อืม... ก็มาคิดเรื่อง Memory มันฟ้อง Memory

ก็ต้อง Set ระบบ Dos ใ้ห้ใช้ เมโมรี่ ให้ดีที่สุด มันมีโปรแกรมอยู่ตัวหนึ่งบน Dos เมโมรี่เมเนจเม้นท์ ก็ใช้มันปรับแต่ง Auto กับ Config แล้ว ลง Win ใหม่ ไม่หายแหะ

จัดการที่ Dos แล้ว ก็ต้องมาลองจัดการกับ Win ดู
มันมี การตั้งค่า วิชวลเมโมรี่ ก็ตั้งให้สุด ๆ ไปเลย
ที่นี้ ลงปั๊ป เวิคร์ เลยย แต่ต้องทำการลงใหม่หมดเลยนะ
ไป Set ที่หลังก็ไม่เวิคร์ ก็แปลกดี

ก็ใช้งานได้หมดทุกเครื่อง เครื่องที่ส่งสาขา ตอนนั้นการลงโปรแกรม Ms Dos และ Ms Office เป็นส่วนที่ผมจัดทำขึ้น
เป็น Hard Disk Master เลย ส่วน เรื่อง Data Comm ก็คนละส่วนกัน ผมไม่รู้เรื่องอะไรมากนักกับพวก Data Comm ทางนั้นก็รับช่วงต่อไป

ผมก็ช่วยครับ แม้นไม่ได้อะไรผมก็ช่วย คำชมอะไรก็ไม่เคยได้ ทำอะไรก็ไม่เคยให้เครดิตอะไรเลย.. ก็ไม่ว่ากัน

***************

- แผ่นงานสาขาเสีย ส่งมาที่ สนญ. ตอนนั้นก็เผอิญผมอยู่ที่ ชั้น 7 พอดีไปทำอะไรไม่รู้จำไม่ได้ เค้าก็เครียดกันใหญ่ แผ่นพัง ทำไง ต้องส่งคนไปที่สาขา ไปกู้ข้อมูล ไกลนะโน้นนนน อีสานตอนบน โน้นน เลย

ผมก็ว่า พี่ กู้แผ่นไม่ง่ายกว่าเหรอ เดียวผมลองกู้ดู

พวกแผ่น นี้ผมมีโปรแกรมกู้ข้อมูลอยู่ โปรแกรมค่อนข้างดีเลยยย... กู้ได้หมด และก็เป็นความโชคดีด้วย ที่มัน เสียไม่ตรงกับข้อมูล (เรื่องข้อมูลบนแผ่น การกู้แผ่น เรื่องมันยากส์ และเยอะ อธิบายคงยาว แค่นี้ละกัน )

เท่าที่ดู มัน Bad Secter เป็น ช่วง ๆ ช่วงละเท่า ๆ กัน
น่าจะมาจาก ตัว Fdd เอง กินแผ่น... ก็แนะนำให้ช่างที่รับผิดชอบแถวนั้น ๆ ไปทำการเปลี่ยน..

****************

- จัดทำโปรแกรม ควบคุม ออเธอะไรตี้การ์ด คือสมัยก่อนนั้น ไม่ได้มีรหัสผ่าน แต่ใช้การ์ด รูดบนคีย์บอร์ด พนักงาน สาขาก็ต้องมีกันทุกคน ที่นี้มันมีปัญหา มันจะพิมพ์รายงานตั้งแต่ต้น ยันจบเลยย เครื่องพิมพ์ เล็ก ๆ ก็จะแจม(พังก่อน) พิมพ์ไม่หมดสักที โปรแกรมเมอร์ คนที่ทำก็ ลาออก แล้วมันก็ไม่ ซอสโค๊ต มัน คอมพลาย แล้วเป็น EXE

ก็ต้องช่วยน้องเค้า เค้าทำงานไม่ได้ ก็มาดูโปรแกรม เค้าเขียน ด้วย โปรแกรม dBaseIII แล้วใช้คลิปเปอร์ เป็น คอมพลายเลอร์

เราก็เลยยยอืม...ไม่มีตัวโปรแกรมให้แก้ ก็ต้องเขียนใหม่
โห้เวรกรรมเลยย บน dBase คำสั่ง ให้พิมพ์เป็นช่วง มันมีและก็ใช้ได้ แต่พอ คอมพลายบน คลิปเปอร์ คลิปเปอร์ ไม่รู้จัก กรรม. ต้องคิดอยู่นานเลยย จะแก้ยังไงให้คอมพลายผ่าน... ก็เลยย ใช้แบบ ภาษาเบสิค มาช่วย

คือ ทำ Loop แล้วเมื่อจบช่วง ก็ให้ Ejec ออกจาก Loop
ก็ใช่ได้นะ คอมพลายก็ผ่าน งานก็เลยไปต่อได้ แต่บน ภาษา dBase ไม่ได้ใช้คำสั่ง Loop ใช้คำสั่งและโครงสร้างภาษาอีกแบบ แต่ก็เป็นลักษณะการทำ Loop

มีที่เสริม ก็ดูก่อนพิมพ์ ก็ได้ จะไ้ด้ไม่ต้องพิมพ์ออกมาดู

เพิ่มตำแหน่งงาน คือ เมื่อก่อนจะฟิกส์ เลยย ผมมองว่าอีกหน่อยก็ต้องมีตำแหน่งแปลก ๆ แน่ ๆ ก็เลยเพื่อเอาไว้ แล้ว ก็ บัตรสี อื่น ๆ ก็ สามารถ Add ข้อมูลแบบนี้ ได้เลย

และที่สำคัญ Index ไฟล์ มักเสียหายบ่อย ก็ต้องมีส่วนในการ จัดการซ่อมแซม Index ต่าง ๆ ที่ใช้ จบ...

น้องเค้าเอาไปใช้แล้ว ก็ไม่เคยให้ผมกลับไปดูไปแก้อะไร ก็เห็นใช้อยู่ทุกวัน ใช้กันอยู่หลายปีดีดัก ก็เรียบร้อยดี

แต่ดีเกินไปมัง หัวหน้าเค้า ส่งโปรแกรมผมไปให้ บริษัท คอมฯ ประเมิน ด้วยจะหาที่ผิดนั้นและ จะได้จิ๊กหัวด่าได้ (วิธีนี้ นิยมกันเค้าว่าเป็น วิชาการปกครอง) แต่ก็ประเมินผ่าน มีคอมเม้นท์ หน่อยว่าโปรแกรมใหญ่ไปหน่อย อันนั้นก็จริงครับ เพราะว่า เวลาพิมพ์ จะต้องทำ รีเลชั่นแนล ทุกครั้งในแบบของเดิม...แต่ของผม เห็นว่ามันเสียเวลามาก เวลาอัพเดทข้อมูลเสร็จแล้ว รีเลชั่นแนล ครั้งเดียว เป็น ไฟล์หลักเลย แล้วจะเอาไปพิมพ์ ท่าไหน จะจัดเรียงข้อมูลแบบใด ก็เลือกเอาไป ไม่ต้อง ทำใหม่ให้เสียเวลาก็เลยดูใหญ่แต่เวลา Back Up งานแล้วเล็กเท่าเดิม เพราะ Back Up เฉพาะ Master ไฟล์เท่านั้น ซึ่งจะมีแต่ Code รหัส และข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น ( เรื่อง รีเลชั่นแนลชิป ผมคงไม่อธิบายนะครับ มันเข้าใจยากส์ซะหน่อย แล้วก็ยาวไป )

****************

- ไปซื้อโปรแกรม ควบคุมรหัสทรัพย์สิน โปรแกรมต้องการ HDD. ขนาด 120 เมกะไบต์ขึ้น แต่เครื่องทั้งหมดที่มี สูงสุดแค่ 80 MB

คือ... ก็ต้องหาวิธี แก้ไขกันไป ในสมัย Dos นั้น ฮาร์ดแวร์ ราคาแพงมาก สเปกก็ไม่สูงนัก จึงมีโปรแกรมเสริม ช่วย ออกมาเยอะ พอจะทำให้นำพาชิ้นงานไปสู่ความสำเร็จได้

ผมก็ไปได้โปรแกรม สแต๊กเกอร์ โปรแกรมพวกนี้ ก็คือพวกโปรแกรม บีบอัดไฟล์ นั้นและ แบบ พวก PK Zip RAR อะไรพวกนั้น แต่จะต่างตรงที่ว่า มันจะ บีบอัดและคลายข้อมูลตลอดเวลาเมื่อมีการเซฟ หรือ เรียกใช้งาน ไม่ต้องคอยสั่ง

วิธีการ ทำงานของมัน คือ เมื่อ เมื่อทำการ Install มันจะไปปรับค่า Auto กับ Config ให้เหมาะสมกับ โปรแกรม

โดยมันจะสร้าง โฟเดอร์ หนึ่งขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่ บีบอัด แล้ว Set Config ให้ โฟเดอร์นั้น เป็น Hdd อีกลูกหนึ่ง
แล้วทำการสวอร์ป กลับ ไปเป็น Hdd ลูกตั้งต้น (ลูกที่ใช้ Boot ระบบ นั้น คือ C: ) เพราะฉนั้นเราจะได้ Hdd C: ที่ใหญ่ พอ ได้มาเกือบ 160 Mb ไว้ใช้งาน แต่จริง ๆ แล้ว มัน Boot ระบบ ที่ ไดร D:

แต่ที่สำคัญ พึ่งระลึกอยู่เสมอว่า การทำงานกับ ไดร นี้ข้อมูลจะเป็นการบีบอัด เวลาเข้าไปเรียกใช้งานก็จะแตกไฟล์นั้น ๆ ออกมา เวลา Save กลับ ก็จะบีบอัดกลับลงไปโดยอัตโนมัติ

เพราะฉนั้น ในทาง โทโปโลยี่ แล้ว มันเป็นแค่ โฟเดอร์หนึ่งเท่านั้น

ส่วนเรื่อง การบีบอัดไฟล์ หรือ ดาต้าคอมเพลสชั่น นั้น ถ้าจะอธิบายก็คงจะยืดยาวไป นะครับ แค่นี้ละกัน

*******************

ผมก็ช่วย ... ครับ เรื่องงานผมช่วย เท่าที่ผมมีความสามารถ ทำให้ได้ บางเรื่องยากส์เกินไปผมก็ลา เหมือนกันนะครับ... อย่างพวกเรื่อง Data Comm ไม่รู้จริง ๆ เรื่อง Win 3.xx นี้ พอได้ แกะ รีจีสตรี้ ได้ อะไรได้ แต่พอมา 95 98 XP ก็ไม่ไหวแล้วครับ...

**************
- เรื่องไวรัส คอมพิวเตอร์ สมัยนั้น เป็นของใหม่ ของแปลกแล้วก็ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ผมรับแจ้งเครื่องเสีย ผมก็ต้องคอยไปดู เพราะช่างซ่อมที่ประจำมีแค่ 1 - 2 คน ถ้าไปกันหมด ถ้างานเข้าก็จะค้าง ผมต้องคอยสกรีนงานก่อนว่า เป็นที่เครื่อง หรือ เป็นปัญหา ที่ซอฟแวร์

พอเริ่มมีไวรัส ระบาดเข้ามา ก็เยอะละซิ ผมก็รายงานหัวหน้าไป หัวหน้าเค้าก็ไม่รู้จัก เค้าก็มอง ๆ ผม ไอ้นี้ถ้าจะบ๊องส์ คอมพิวเตอร์ที่ไหนมีไวรัส คือ.. จะอธิบาย ก็เลยไม่ได้อธิบาย ก็เลยจบกันแค่นั้น... เพราะเค้าก็ไม่ถามอะไรต่อผมก็เลยพูดไม่ออก ที่นี้ก็เหนื่อยละสิ ต้องคอยหาโปรแกรมฆ่าไวรัสกัน คอยตามอัพเดทตลอด มันเยอะมาก ๆ เค้าไม่ไหว ก็ยกมาที่ แผ่นเป็นกล่อง ๆ ตาย วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไรกัน แบบนั้น ก็เลยไปซื้อการ์ด มาฆ่า จะได้เร็ว เสียบปั๊ป พี่ ทำแบบนี้เลยนะ แล้วก็ทิ้งไว้กับพี่นะ เดียววันหลังผมจะมาเอา เพราะ เดียว ก็มีหน่วยงานนั้น หน่วยงานนี้ ก็แจ้งมาตลอด ทำอยู่นาน กว่าผู้ใหญ่จะเข้าใจปัญหา กว่าจะดำเนินการ ก็นานอยู่ ..... และแล้ว ไวกิ้ง ก็กลายเป็นคนอู้งาน หายไปเรื่อย ไม่อยู่ที่โต๊ะทำงาน เออ... นะ อืม ไม่รู้จะพูดยังไง ยกมาที่ เป็นกล่องทัพเพอร์แวร์ เลย บางแผ่นติดกันที่ 2 - 3 ตัว เออ...

**************
ไอ้เรื่อง ไม่ช่วยงาน อะไรนี้ เป็นข้อหากาหัวผมมานมนานแล้ว ผมชินแล้วละ ก็เลยย ไม่ค่อยอยากจะสนใจอะไร ใครอยากว่าอะไรก็ว่าไป ทำอะไรยังไง มันก็ไร้ค่า เปล่า ๆ

*****************

คือ.. ผมผ่านงานทำงานมาขนาดนี้แล้ว ผมไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับงานสาขาหรอกนะครับ มันก็แค่งานรูทีน ผมจับงานโปรเจก มาแล้ว ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับงานสาขาหรอกคนละเบอร์

ไอ้ที่ไปเที่ยวปล่อยข่าว ว่าผมเที่ยวจิ๊กเงินน้อง สมคมคนนอกมาตบทรัพย์ เป็นพวกปลอมธนบัตรต่างประเทศบาง ละ ชอบลักขโมยของบางละ ฯลฯ กลั่นแกล้งน้อง ๆ ไปเตะตัดขา เป็นพวกขี้อิฉา ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรมันเป็น การตัดสินใจที่ผิดพลาดจริง ๆ ที่มาทำงานสาขา

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

# ทำบุญ เดือน มกราคม 2555

บุญถวายพระอุณาโลม




















*********

ถวายเจดีย์แก้ว (เล็ก) ณ พระเจดีย์ทั้ง ๙ จอม ฉลอง ๗๕๐ ปีเชียงราย

เวลาที่สั่งทำรายการ : 11/01/2012 00:31
วันที่ทำการโอนเงิน : 11/1/2012
หมายเลขอ้างอิง : 26045690522012111
บัญชีที่โอน : xxxxxxxxxxx A/C No. : 0810000210
บัญชีผู้รับโอน : พระอภิวิชญ์ อภิชโย A/C No. : 5110599238
จำนวนเงินที่โอน : THB 1,509.97
ค่าธรรมเนียม : THB 10.00

*********

ร่วมสร้างพระพุทธรูปหินอ่อนและเจดีย์บัวแก้ว ประดิษฐานที่เวียดนาม

เวลาที่สั่งทำรายการ : 11/01/2012 00:28
วันที่ทำการโอนเงิน : 11/1/2012
หมายเลขอ้างอิง : 26045682312012111
บัญชีที่โอน : xxxxxxxxxx A/C No. : 0810000210
บัญชีผู้รับโอน : BBL: MR WUTHICHAI A/C No. : 2310429333
จำนวนเงินที่โอน : THB 1,050.97
ค่าธรรมเนียม : THB 25.00

*********

ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพบวชพระปฏิบัติธุดงค์ วัดท่าซุง
เวลาที่สั่งทำรายการ : 08/01/2012 22:12
วันที่ทำการโอนเงิน : 8/1/2012
หมายเลขอ้างอิง : 2602983888201218
บัญชีที่โอน : xxxxxxxxx A/C No. : 0810000210
บัญชีผู้รับโอน : SCB: NATTHAPAT CH A/C No. : 0454503846
จำนวนเงินที่โอน : THB 1,009.97
ค่าธรรมเนียม : THB 25.00

*********

ทำบุญจัดซื้อเครื่องโม่ปูนถวาย วัดหนองเรือ จ.ลำพูน
เวลาที่สั่งทำรายการ : 08/01/2012 11:24
วันที่ทำการโอนเงิน : 8/1/2012
หมายเลขอ้างอิง : 2602687377201218
บัญชีที่โอน : xxxxxxxxx A/C No. : 0810000210
บัญชีผู้รับโอน : สมทบทุนก่อสร้างถาวรวัตถุวัดหนองเรือ A/C No. : 5110614822
จำนวนเงินที่โอน : THB 1,009.97
ค่าธรรมเนียม : THB 10.00

*********

ร่วมทำบุญสร้างพระเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุสร้างถวาย ณ ที่พักสงฆ์บ้านวังตะแบก จ. นครสวรรค์

เวลาที่สั่งทำรายการ : 08/01/2012 10:23
วันที่ทำการโอนเงิน : 8/1/2012
หมายเลขอ้างอิง : 2602658999201218
บัญชีที่โอน : xxxxxxxxxx A/C No. : 0810000210
บัญชีผู้รับโอน : SCB: APHIWUTT PHUM A/C No. : 8812161008
จำนวนเงินที่โอน : THB 2,009.97
ค่าธรรมเนียม : THB 25.00

*********

ร่วมสร้างสมเด็จองค์ปฐม หน้าตัก ๗ ม.ณ ยอดเกาะสมุยต้านภัยพิบัติ

เวลาที่สั่งทำรายการ : 03/01/2012 13:29
วันที่ทำการโอนเงิน : 3/1/2012
หมายเลขอ้างอิง : 2599307298201213
บัญชีที่โอน : นายxxxxxxxxx A/C No. : 0810000210
บัญชีผู้รับโอน : พระยุคลธรณ์ ธรรมบุตร A/C No. : 0520074629
จำนวนเงินที่โอน : THB 1,059.97
ค่าธรรมเนียม : THB .00

*********

ร่วมบุญ 1 กอง... บรรพชา อุปสมบท พระภิกษุสามเณร จำนวน ๙๙ รูป เพื่อฉลองพระอุโบสถฯลฯ/บรรจุพระสารีริกธาตุ/พุทธาภิเษกเบิกเนตร และกล่าวคำถวายทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นสมบัติส่วนกลางในบวรพระพุทธศาสนา "ของวัดฉลองราชศรัทธาราม"
เวลาที่สั่งทำรายการ : 02/01/2012 20:00
วันที่ทำการโอนเงิน : 2/1/2012
หมายเลขอ้างอิง : 2598994179201212
บัญชีที่โอน : นายxxxxxxxxxx A/C No. : 0810000210
บัญชีผู้รับโอน : สำนักสงฆ์ฉลองราชศรัทธาราม A/C No. : 5000170342
จำนวนเงินที่โอน : THB 2,009.97
ค่าธรรมเนียม : THB .00













วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554

# ทำบุญ เดือน ธันวาคม 2554

ปิดกองบุญ ซ่อมแซมพระ วัดสันทราย
เวลาที่สั่งทำรายการ : 31/12/2011 12:54
วันที่ทำการโอนเงิน : 31/12/2011
หมายเลขอ้างอิง : 259797611920111231
บัญชีที่โอน : นายxxxxxxxxxx A/C No. : 0810000210
บัญชีผู้รับโอน : กองทุนเพื่อการเผยแพร่ศีลธรรม วัดสันทราย A/C No. : 5450143435
จำนวนเงินที่โอน : THB 3,009.97
ค่าธรรมเนียม : THB .00

*********
ร่วมเป็นเจ้าภาพทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีสร้างพระมหาเจดีย์ 9 วัด ทำบุญบังสุกุลถวาย 9 วัด ให้กับผู้ล่วงลับ





















*********
ร่วมเป็นเจ้าภาพบล็อกพิมพ์พระสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก 4 ศอก 









































วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทฤษฏี ในการปฏิบัติงาน...

ทฤษฏี ที่ 1
 
ถ้าเรา รับเงินมาถูก ลงรายการถูก ทอน/จ่าย ถูก เงินในลิ้นชักเราก็ต้องถูกต้อง
ตอนนั่ง เคาร์เตอร์ใหม่ ๆ ผมก็กลัวนะ เรื่องเงินขาด - เงินเกิน พนักงานรอบ ๆ ตัวก็ดูหวาดกลัว เห็นเงินเยอะ ๆ ผมมอง ๆ ดูแล้วก็ต้องทำใจ คิดหาวิธีทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ให้ตัวเองดีกว่า

ผมก็เลยตั้ง ทฤษฏี ขึ้นมา

*****************
ถ้าเรา รับเงินมาถูก ลงรายการถูก ทอน/จ่าย ถูก เงินในลิ้นชักเราก็ต้องถูกต้อง
*****************
ผมลองยึดหลัก ทฤษฏี นี้เป็น แก่น ในการทำงาน จิตใจก็นิ่งขึ้นมีสมาธิการลงรายการมากขึ้น ปัญหาเงินขาด-เกิน ก็น้อยมาก

ผม มาจาก สนญ. มานั่งดู ๆ เค้าทำงานอยู่ 1 - 2 วัน ก็นั่ง ทำเลย นับเงินก็ยังช้า เค้าก็ว่าช้า ๆ จี้กันใหญ่

เวลารับเงิน ผมก็โกย ๆ เงินไว้ในลิ้นชักด้านซ้าย ส่วนด้านขวา จะเป็น ลิ้นชัก ที่มีถาดจัดเรียงเงินไว้เป็นระเบียบ ไว้สำหรับ เอาไว้ทอนเงินลูกค้า ทั้งนี้เืพื่อจะได้ลดเวลาแต่ละคิวให้น้อยลง สักนิดก็ยังเอา ครับ

พอลูกค้า ซ่าลงแล้วผมก็ค่อย ๆ เอาเงินมาจัดให้เป็นระเบียบ

มันทำให้ผมรู้ว่า การมานั่งสนใจเงิน ในลิ้นชัก การต้องมาคอยจัดเงินให้ เรียบร้อย นั้น

มันไม่ได้ช่วยให้เงินในลิ้นชัก ตรง ได้เลย มันแค่ให้คุณ ตรวจนับ/กระทบยอด ได้รวดเร็วแค่นั้นเอง ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องไปคอยกังวลกับมัน...

อย่างตอนผม นั่งเคาร์เตอร์ มาได้สัก 3 เดือน ผมก็ต้องมานั่งรับเงินจองหุ้น ช่อง 9 โห้ 44,000.- 88,000.- แบบเนี่ยทั้งวัน ปิดระบบ เงินในลิ้นชัก 3 ล้านกว่า ไม่รู้มันยัดเข้าไปได้ยังไง แต่เอาออกมานับมันก็ตรง เป๊ะ เลย

เพราะฉนั้น อย่างไปกังวลกับมันให้เสียสมาธิ
ถ้ายึดหลัก ทฤษฏี ที่ 1 และทำได้ดี ก็จะไม่มีปัญหาอะไร...

ทฤษฏีที่ 2

ถ้าลูกค้าเบิกเงิน ให้นำเงินที่กระทบแล้วมาจ่ายเท่านั้น...

เงินขาด สงสัย เครื่องปั่น ปั่นไปเกิน อะไรแบบนี้

จริง ๆ สมัย ผมนั่งใหม่ ผมก็ใช้ของ แคชเชียร์ ใช้ร่วมกัน เพราะนั่งข้างหลัง เยื่อง ๆ ไปหน่อย

พอมาย้ายตึก ก็เป็นคนละส่วนกัน ทำให้ลำบากมาก ก็ซื้อเครื่องปั่นเล็ก ๆ มาช่วยงาน

ก็ทำได้ดีไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่คนอื่น ๆ ที่ใช้ร่วมกัน ก็มักจะบ่น ว่ามีปัญหา ฟังคำพูดแล้วหมดอารมณ์ ก็เลยปล่อยไปตามเวรตามกรรม

ที่นี้มีน้อง ๆ มาบ่นอีก เราก็เลยต้องคิดวิธีให้น้อง ๆ เค้าหน่อย เราเป็น พี่ ก็ต้องดูแลปกป้องน้อง ๆ

คือ กลัวว่าเงินที่ปั่นไปจะเกินไป ก็คิดได้ว่าควรทำแบบนี้

ผมก็ตั้ง ทฤษฏี ว่า ถ้าลูกค้าเบิกเงิน ให้นำเงินที่กระทบแล้วมาจ่ายเท่านั้น...

1. ทำ รับ จากแคชเชียร์ รับมาเลย รับมา แสน จ่ายไป แสน ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวอีกต่อไปเงินใน เซฟ นั้นก็เป็นเงินที่กระทบยอดแล้ว


2. เงินที่เรากระทบยอด ในลิ้นชักแล้ว ถ้ามันตรง ก็แสดงว่าที่เรานับ ๆ ไว้นั้น มันถูกต้อง ถ้ามันเกินแหนบใดแหนบหนึ่ง เงินในลิ้นชักเราก็ต้องขาด ... ( แต่ถ้าโชคร้าย ทำรายการ ผิดไป 1 ใบ แล้ว เงินในแหนบ เกินไปอีก 1 ใบ พอดีกันเป๊ะ เลย แล้วแหนบนั้นก็ดันจ่ายไปซะอีก โอกาสก็มีแต่คงน้อยมาก ก็ต้องย้อนกลับไปที่ ทฤษฏี ที่ 1 )

ทำมัยถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ เครื่องปั่น ก็ไม่ได้่รับประกันความถูกต้อง 100 %

เงินที่รับ ๆ มาสมัยก่อน ผมต้องมียางลบ ไว้คอยลบ พวกคราบเหนียว ๆ ที่ติดบนธนบัตร บ่อย ๆ เจอบ่อยนะครับ

ธนบัตรที่สภาพน่าจะเป็นปัญหา ผมมักจะแยกออกไว้ต่างหาก ไม่เอามาปน จะทำให้มีปัญหาภายหลังได้...

ข้อดีอีกข้อ หนึ่งคือ เวลาเรานับเงินจ่าย จะสะดวกรวดเร็วมาก

นับยังไง ก็ไม่เกิน 50 ใบ

ถ้าเบิก 70,000.- ก็เอาในแหนบ แล้วนับแค่ 30 ใบ แล้วเอาที่เหลือไปปั่น จบ

ทำให้ความเร็วในการนับเงินจ่าย ลดลง มากกว่า 50 %

เป็นวิธีทำงานที่ รวดเร็ว และ มีความปลอดภัยในระดับ ดีเลย ครับ...

============

ผมไ้ม่ได้บอกว่า ทฤษฏี ขอผมนั้น ดีเลิศประเสริฐ สุด อะไร มันก็แค่ ทฤษฏี

ทฤษฏี ตั้งได้ ก็คัดง้างได้ ไม่ได้แปลกอะไร

เพียงแต่ผมคิดได้เท่านี้... ครับ

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ไว้อาลัย... อากง ส่ง SMS ถูกตัดสินติดคุก 20 ปี โดย มล.ปลืม

คลิป วิดีโอ. มล.ปลืม รายการ DaliDose

http://www.youtube.com/watch?v=vuBHVv3e_Y0&feature=player_embedded#!

คณะกรรมการสิทธิฯเอเชียจี้ปล่อยตัว 'อากง' และนักโทษคดีหมิ่นฯ -พ.ร.บ. คอมพ์ฯ
Fri, 2011-11-25 02:44
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (AHRC) ออกแถลงการณ์จี้ปล่อยตัวอำพล หรือ 'อากง' ที่ถูกตัดสิน 20 ปีจากการถูกกล่าวหาว่าส่งเอสเอ็มเอสหมิ่นหาเลขาฯ อภิสิทธิ์ ระบุศาลไทย "เป็นที่ที่ไม่อาจหาความยุติธรรม"

สืบเนื่องจากกรณีการตัดสินคดีจำคุก 20 ปี กรณีอำพล (ขอสงวนนามสกุล) หรือ 'อากง' ด้วยข้อหาละเมิดกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการถูกกล่าวหาว่าส่งข้อความหมิ่นเบื้องสูงหาเลขาอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 54 ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (Asian Human Rights Commission) จึงได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีดังกล่าว โดยเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวอำพล รวมถึงนักโทษที่ถูกตัดสินในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และ พ .ร.บ. คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมองว่ากฎหมายดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือที่ละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนที่คิดเห็นต่าง ในนามของ 'ความมั่นคงของชาติ' ที่มีการนิยามอย่างคลุมเครือ

นอกจากนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียชี้ว่า กรณีนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงวิกฤติด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยอย่างชัดเจน และระบุว่า จะคอยจับตาคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนที่ห่วงใยความยุติธรรมทำเช่นเดียวกัน

0000

แถลงการณ์โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย

ประเทศไทย: โทษจำคุก 20 ปี สำหรับเอสเอ็มเอส 4 ข้อความ

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ประสงค์แสดงความกังวลต่อกรณีล่าสุดที่ตัดสินลงโทษบุคคลด้วยอาชญากรรมด้านเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศไทย เนื่องด้วยในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2554 คดีดำหมายเลข 311/2554 อำพล (สงวนนามสกุล) (หรือรู้จักกันในชื่อ ‘อากง’) ชายอายุ 61 ปี ถูกตัดสินจำคุก 20 ปีสำหรับข้อความ 4 ข้อความที่ถูกตัดสินว่าละเมิดกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2551

การกระทำที่อำพลถูกกล่าวหาคือการส่งข้อความทางโทรศัพท์ (SMS) 4 ข้อความไปยังสมเกียรติ ครองวัฒนสุข เลขานุการส่วนตัวของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ โดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) องค์กรพัฒนาเอกชนไทยที่ทำงานด้านกฎหมายสิทธิรายงานว่า 4 ข้อความดังกล่าวถูกอ้างโดยเจ้าหน้าที่รัฐว่ามีข้อความที่หยาบคาย หมิ่นประมาทราชินีและดูหมิ่นเหยียดหยามพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์

ข้อความตรงตัวของข้อความทางโทรศัพท์ดังกล่าวยังไม่ถูกเปิดเผยจากทางการ เนื่องจากการผลิตซ้ำของข้อความที่ถูกอ้างว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอาจเป็นการละเมิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้ ผู้สื่อข่าวจึงไม่สามารถรายงานข้อความดังกล่าวได้ตรงตัว เนื่องจากอาจเสียงต่อการถูกดำเนินคดี

นอกจากความอยุติธรรมที่เขาได้รับจากการถูกตัดสินดังกล่าวแล้ว อำพล (สงวนนามสกุล) ยังทรมานจากโรคมะเร็งที่ลิ้นและไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลในระหว่างการคุมขังก่อนและหลังการไต่สวน ไม่มีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าจะการตัดสินดังกล่าวจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงอีก และที่จริง อาจมีข้อกังวลด้านสุขภาพและความปลอดภัยของเขามากกว่าเดิมด้วย ขึ้นอยู่กับเรือนจำที่เขาจะถูกส่งไปจำคุก

และที่ชัดเจนเช่นเดียวกับในกรณีของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ที่ในขณะนี้อยู่ในเรือนจำเนื่องจากถูกตัดสินจำคุก 18 ปี ด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และทุกข์ทรมานจากโรคกระดูกขากรรไกร เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีข้ออ้างปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลและละเมิดสิทธิของนักโทษการเมือง

ในวันที่ 3 สิงหาคม 2553 กลุ่มตำรวจจำนวน 15 นายเข้าบุกค้นบ้านพักของอำพล และจับกุมเขา จากนั้นเขาถูกควบคุมตัวในคุกเป็นเวลา 63 วันในชั้นสอบสวน ก่อนที่จะได้รับการประกันตัวในวันที่ 4 ตุลาคม 2553 และเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2554 เขาถูกสั่งฟ้องโดยอัยการด้วยข้อหาละเมิดกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และถูกจำคุกตั้งแต่นั้นมา ศาลได้ปฏิเสธการให้ประกันตัวเนื่องด้วยความร้ายแรงของข้อหาและความเสี่ยงในการหลบหนี

การไต่สวนเขาเริ่มขึ้นในวันที่ 23 และระหว่างวันที่ 27-30 กันยายน 2554 ตั้งแต่เริ่ม อำพลยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนเอง โดยกล่าวว่าเขาไม่ทราบวิธีส่งข้อความทางมือถือ และเบอร์โทรศัพท์ที่ส่งหาสมเกียรติไม่ใช่เบอร์ของเขา แต่ท่าทีของอัยการคือไม่ยอมรับคำให้การดังกล่าว และระบุว่า หมายเลขประจำเครื่องโทรศัพท์ (อีมี่) ของมือถือที่ส่งข้อความดังกล่าวไปหาสมเกียรติ เป็นของอำพล ดังนั้นเขาจึงต้องรับผิดชอบ

ตั้งแต่มีการรัฐประหาร 19 กันยา 2549 โดยเฉพาะรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์สูงขึ้นกว่าเดิมมาก โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ชี้ว่า ในขณะที่อำพลถูกตัดสินจำคุกในข้อหาละเมิดมาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ แต่เขาถูกลงโทษภายใต้กฎหมายอาญา 112 ซึ่งมีโทษที่หนักกว่า นอกจากนี้ มาตราในพ.ร.บ คอมพิวเตอร์ ยังถูกใช้ร่วมกับกฎหมายหมิ่นฯ เพื่อปิดปากผู้ที่เห็นต่างในสังคม และใช้ข่มขู่นักเคลื่อนไหวทางสังคมและพลเมืองอีกด้วย

กฎหมายอาญามาตรา 112 ระบุว่า “บุคคลใดที่หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกสามปีถึงสิบห้า ปี” ส่วนมาตราใน พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับในกรณีนี้คือ มาตรา 14 วรรค 2 และ 3 ซึ่งระบุว่า “ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไปเกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ: (2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน; (3) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา”

คำจำกัดความของ “ระบบคอมพิวเตอร์” ระบุไว้ในมาตรา 3 ซึ่งระบุว่า “อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ” วิธีเขียนกฎหมายดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ อาจถูกใช้เพื่อโจมตีการสื่อสารและคำพูดที่ผ่านการส่งต่อผ่านทางเทคโนโลยีหลายรูปแบบ ไม่เพียงแต่ทางคอมพิวเตอร์เท่านั้น

การตัดสินคดีนี้ ส่งข้อความที่ชัดเจนไปยังประชาชนในประเทศไทยว่า ให้ระวังตัวไว้ เพราะว่าข้อความทางโทรศัพท์มือถืออาจทำให้ถูกมองว่าเป็นอาชญากรรม และคุณอาจจะเสี่ยงต่อการจำคุกเป็นเวลานานได้ การขาดการนิยามคำว่า "ความมั่นคง” ที่ชัดเจนในกฎหมาย หมายความว่ามันเปิดโอกาสให้มีการกระทำที่ละเมิดสิทธิได้เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐอาจชี้ที่ใครก็ได้ที่เห็นต่าง หรือข้อความที่ตีความเช่นใดก็ได้ ว่าเป็นการละเมิดความมั่นคงของชาติ

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่วานนี้โดยเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและสถาบันกฎหมายราษฎรประสงค์ก่อนการตัดสินคดี มีข้อความในจดหมายจากลูกสาวของอำพลที่ส่งหานักโทษอีกคนในเรือนจำที่ดูแลพ่อของเธอว่า

"สิ่งที่เราเป็นห่วงเตี่ยมากที่สุดคือ จิตใจที่อ่อนล้าและท้อแท้ของเตี่ย ความเข็มแข็งคงแทบจะหมดไปแล้ว ครั้งนี้ขอประกันตัวอีกกี่ครั้งก็ถูกปฏิเสธตลอด... แต่ความทุกข์ของครอบครัวเราก็ยังเบาบางลงเพราะมีพี่หนุ่มคอยดูแล คอยให้กำลังใจ คอยกระตุ้นจิตใจของเตี่ย...เพราะรู้ว่าไม่ได้สู้เพียงลำพังยังมีคนอื่นอีกมากมายที่โดนแบบเรา พวกเขาก็สู้เพื่อขอความยุติธรรมและอิสระภาพให้กับคนที่ต้องโดนแบบเตี่ยพวก เราพี่น้องทุกคนก็ไม่ท้อแท้แล้วยังมีหนทางสู้เพื่อเตี่ยของเรา พวกเราอยู่ข้างนอกต้องมีกำลังใจที่เข้มแข็งเพื่อคนข้างใน ครอบครัวของเราไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดกับพวกเราเพราะดูแล้วเป็น เรื่องที่ห่างไกลเหลือเกิน ในความเป็นคนไทยของเราครอบครัวเราทุกคน ให้รักความเทิดทูนเคารพบูชาสถาบันมากที่สุด และเสียใจมากที่สถาบันลูกนำมาใช้อ้างโดยที่สถาบันไม่รู้ไม่เห็น มันเป็นความสะเทือนใจสำหรับประชาชนชาวไทยทุกคนเพราะคนไทยรักและเคารพสถาบัน มากกว่าสิ่งใด พวกเราต้องสู้กับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ เพราะคดีนี้ถูกนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยที่มีมดปลวกอย่างพวกเราเป็นแพะคอยรับบาป"

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียประสงค์จะแสดงความกังวลต่อการตัดสินคดีและการจำคุกของบุคคลต่ออาชญากรรมของเสรีภาพในการแสดงออก อำพล (สงวนนามสกุล) ถูกตัดสินจำคุกเป็นระยะเวลาที่นานที่สุดที่เคยปรากฎสำหรับข้อหาการละเมิดกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

จากหลักฐานที่อ่อนที่ใช้ตัดสินต่อจำเลย และสภาพขัดข้องของจำเลยเนื่องด้วยสุขภาพและอายุ กรณีนี้ได้แสดงให้เห็นชัดถึงศาลไทยที่เป็นที่ที่ไม่อาจหาความยุติธรรมหากแต่ความอยุติธรรมกลับงอกเงย เมื่อฆาตกรสามารถเดินจากไปอย่างเสรี เช่นเดียวกับกรณีการหายตัวของสมชาย นีละไพจิตร กรณีการตัดสินจำคุกชายอายุ 61 ปีจำนวน 20 ปี สำหรับการกระทำที่อ้างว่าส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือ 4 ข้อความที่มีข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก็เป็นที่ชัดแจ้งแล้วว่าประเทศไทยมีวิกฤติการณ์ทางสิทธิมนุษยชน

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย เรียกร้องให้ทำการปล่อยตัวอำพลโดยทันที รวมถึงนักโทษคนอื่นๆ ที่ถูกจำคุกด้วยกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ด้วย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียจะคอยจับตาคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหมิ่นฯ และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์อย่างใกล้ชิด และขอเรียกร้องให้ประชาชนที่ห่วงใยสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมในประเทศไทยให้ทำเช่นนั้นด้วยเช่นกัน

ที่มา: แปลจาก THAILAND: Twenty years in prison for four SMS messages