วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

# เรื่องไม่อยากเล่า 1

ทำงานเคาร์เตอร์เวลามีเพื่อนพนักงานตังค์ขาด มักจะมีวิธีลากผมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย


คือ... วิธีของพวกอำมาตย์ พวกเค้าจะทำเงียบ ๆ ไม่บอกอะไรใคร แล้วก็พูดว่าเงินตรงแล้วเรียบร้อย


แล้วก็จะมีขบวนการยัดข้อหาเป็นโจรเป็นขโมย ด้วยวิธีการต่าง ๆ สารพัดวิธี

ทำเพื่อ... กลบเกลื่อนข้อบกพร่องของตัวเอง พวกฉันคนสาขาต้องวิเศษกว่าแก ฯลฯ ก็ว่าไป

ผมทำงานเคาร์เตอร์ โดนมาหมดแล้ว แล้วยิ่งเป็นศูนย์หน้าตัวเป้านี้ยิ่งโดนเป็นนิจศิล
ที่รอดอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะ ต้องต่อสู้กับพวกนี้เป็นเวลานานหลายปีดีดัก
ไม่เก่งก็ต้องเก่งไม่งั้น โดนนนน... พวกนี้เอาจริงนะ อย่าไปพลาดให้มันละ ได้แล้วไม่มีคืน

วีธี... ยัดข้อหาของพวกอำมาตย์

เช่น...

- พระที่เค้าให้ ธ.มาบูชากัน หายยกกล่อง ร้องแหกปากระงม คืนมาเธอะ ไม่ว่าอะไรหรอก
อย่าล้อเล่นกันแบบนี้ ฯลฯ ก็ร้องไป ไอ้ผมก็มาอีกแล้วกูเดือดร้อนอีกแล้ว
ของมันอยู่ในเซฟ ตรงเซฟก็มีกล้องวงจรจับอยู่ตลอดเวลา
(แต่ผมเห็นนะตอนเค้าเอากล่องอะไรบางอย่าออกจากเซฟ) ก็เลยบอกลอย ๆ ไป
วันนั้น ๆ นะแหละ ก็ไปดูกัน Sup คนหนึ่งจะเอาเรื่อง Sup อีกคนปกป้อง
แล้วก็ พนักงานขายประกันจากสาขาแม่ ช่วยกันปกป้องอีกแรง
เมื่อได้แรงปกป้องจากสาขาแม่ แล้วเขต ก็ไม่รับเรื่องอีก

คือ... เขตนี้กะเอาเรื่องผมเลย ส่งคนรถ มามองหน้ามองตา (อีกแล้วครับท่าน) ผมก็เฉย ๆ นะ
อยากมองก็มองไป แต่ผมเห็นละว่ามันเป็นใครและเป็นวันไหน อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างบน

พอเค้าดูกล้องวงจรปิดกันแล้วรู้เรื่องกันแล้วปกป้องกันแล้ว พอเจอเขต ผมก็เดินปรี่เข้าไปหาเลย
กะจะพูดเรื่องนี้ซะหน่อย เขตก็เหมือนจะรู้บอกปีนี้ผมจะกษียรแล้ว ผมไม่อยากมีเรื่อง อ้าวว
แล้วตอนที่ชี้มาทางกูนะ จะเอาเป็นเอาตายจะเอาให้ได้ แบบนี้หมายความว่าไงฟ่ะ

- โทรศัพท์แม่บ้านของฝ่ายการพนักงานหาย ก็ให้เค้ามาทำยืน ๆ พูด ๆ บ่น ๆ กรอกหูผม แล้วก็มองมาทางผม (แบบว่ากูมาท้วงของกู เออ...แล้วกูจะเอาอะไรไปให้มึงละ ก็กูไม่ได้ขโมยนี้หว้า)

- กระเป๋าตังค์หาย มีคนเอาบัตรไปกด ATM ด้วย แล้วก็มีคนมาพบอยู่ข้างบ้านผม อืมมม
แล้วก็ช่วยกันแหกปาก กระเป๋า ๆ กันทั้งสาขา กู ก็ งง ว่ะ อะไรของพวกมันอีก
เพราะมันยัดข้อหาเลย ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ 
แล้วก็ยังให้เจ้าของกระเป๋า มาทำมองหน้ามองตา ท้วงของอีก อีกแล้วครับท่าน

ตอนนั้น กูเข้าใจแต่ว่ามีเรื่องกระเป๋าตังค์แน่ ๆ ละ แต่ว่ากูไปเกี่ยวได้ไงว่ะ
พวกขบวนการอำมาตย์ ตามยัดข้อหา ก็พร่ำพรรณาเรื่องกระเป๋า อยู่ 2 ปี
ปฏิบัติกับกูยังกับกูเป็นโจร ...

ในที่สุดมันก็ให้สุนัขรับใช้ แถวบ้านมาแหกปาก เล่าเรื่อง สถานที่ที่นิยม
คือ ร้านอาหารที่ผมไปนั่งกิน ไปนั่งกินอะไรที่ไหนจะเจอแบบนี้ประจำละครับ

ออ...เรื่องมันเป็นแบบนี้นี้เอง บอกว่าหายตอนพักเที่ยงนอนหลับ อ้าวว ก็ ตอนเที่ยงถึงบ่าย
ผมเข้าเวรอยู่เคาร์เตอร์ ไปขโมยของคุณได้ยังไง เออ.. หายที่บ้าน แล้วกูไปรู้จักบ้านมึงตอนไหนฟ่ะ

เออ.. แล้วกูไปรู้รหัสบัตร ATM ของมึงได้ไงฟ่ะ

โดนยำไอ้เรื่องเหี้ย ๆ นี้ 2 ปี ฟรี ๆ เลย สาด

- กระเป๋า ไอ้ นร.ข้างบ้าน ส่งเด็กมารังควาญ ผมอีกแล้ว กูก็ งง อีก กูไปเกี่ยวเหี้ยอะไรกับพวกแม่งอีกว่ะ สาดเอย ๆๆ และแล้วก็ได้คำเฉลยแบบไม่คาดฝัน

วันเสาร์เวรทำงาน ที่ทำงานเลิกเร็วกว่าปกติ เดิน ๆ เข้ามาในบ้าน
เห็นคนคุยกัน เรื่องขโมย ผมก็แอบฟังจนรู้เรื่องจนได้ ออ..คนงาน รร.แม่งเองนั้นและที่ขโมย
เค้าจับได้... ก็ไหวตัว ชิงหนีไปซะก่อน

จิตวิทยาในการยัดข้อหา...

มักจะ ช่วย ๆ กันร้องแหกปาก แล้วคอยสังเกตุ กู 
แหกปากอธิบายใหญ่เลยว่า รูปพรรณสัญฐานของ ของที่หายเป็นอย่างไร
อย่างละเอียดยิบ


แต่ไม่ค่อยยอมบอกว่า มันหายที่ไหน หายเวลาอะไร แล้วกูไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร
เพราะถ้าบอกก็จะโดนโต้แย้งกลับได้ว่าไม่ใช่ขโมย แต่เป็นเองนั้นและที่เป็นพวกยัดข้อหา
เลยไม่พูดถึงเรื่องนี้กัน เพราะพูดแล้วยัดข้อหาไม่ได้ไง 

และก็ไม่กล่าวหาตรง ๆ แต่จะใช้
- หมามาเห่าลอย ๆ เพราะ กู ก็ไม่รู้จักว่ามันเป็นใคร หรือ มันเกี่ยวข้องอะไรกับพวกสาขา
- ใช้พวกร้านค้าร้านอาหารคอนกลั่นแกล้ง เช่น ผิดเมนูบาง ทำรสประหลาด ๆ มาให้บาง
- ทำพูดจากวนตีน บาง 

นี้คือคุณลักษณะ จิตวิทยาในการยัดข้อหา หลัก ๆ เลย

และข้อสังเกตุอีกประการที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง...
คนที่ของหายมักเป็นบุคคลที่สนิทสนม กับพวก สาขาเป็นอย่างดียิ่ง
เรียกว่า ซี้... ไม่ว่าจะเป็นพวก 

ฝ.การพนักงาน 
บจก.ตราชู 
ร้าน ทุ้ยฟิตเน่

นี้ซี้แบบว่าเข้านอกออกในกันเป็นปกติ มีมาแหกปากอวยกันก็เยอะเลย... 

พวกโง่เง่า ที่ถูกหลอกมาเป็นเครื่องมือของพวกนี้... 
ประเทศไทย มีคนโง่เง่าแบบนี้เยอะมากเลย 
พวกอำมาตย์ก็เลยหลอกต้มมาได้ตลอดไม่มีหมด
พวก อีโก้สูง แล้วก็ หูเบา มักจะเป็นกลุ่นที่ง่ายที่สุด และก็มีเยอะจริง ๆ
















วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

น.ต.อนุสร บัณฑิตย์ ''โค้ชต่าย''


ชื่อนี้ถ้ากล่าวถึงคนเป็นโค้ช อาจไม่คุ้นหูแฟนลูกยาง แต่คนในวงการรู้จัก อนุสร บัณฑิต หรือต่ายคนนี้ดี ตั้งแต่สมัยเป็นหนุ่มนักตบ ร่างปราดเปรียว และคล่องแคล่ว ของมหาอำนาจลูกยางชาย สโมสรทหารอากาศ และ ทีมชาติไทย ที่เขานำทีมคว้าเหรียญทองแห่งเกียรติยศ กีฬาซีเกมส์ที่เชียงใหม่ปี 2538


        อีกบทบาทในปัจจุบัน ฐานะผู้ฝึกสอน ''โค้ชต่าย'' ชื่อที่นักกีฬาลูกทีม ให้ความเคารพ ในภาพครูฝึก ผู้ให้วิชา ด้วยความใส่ใจ ในสนามเข้มข้น นอกสังเวียนคือพี่ที่พร้อมจะให้ จึงไม่แปลกที่วันนี้ของโค้ชหนุ่มใหญ่วัย 45 ปี คนนี้ จะมีคนรักมากกว่าชัง

        นอกจากเป็นอดีตนักตบ หนุ่มสารพัดประโยชน์ เล่นได้ทุกตำแหน่ง หรือในหน้าที่โค้ช ผู้ยอมทำมากกว่าพูด อยู่ข้างหลังความสำเร็จ วันนี้ ''โค้ชต่าย'' อนุสร บัณฑิต นายทหารอากาศสังกัดบก.กองทัพไทย กับงานราชการบนทางที่ก้าวหน้าแล้ว โค้ชต่าย และครอบครัว ก็ได้สร้างวางรากฐานอนาคต กับงานเสริมที่มีรายได้มหาศาลในกิจการร้านอาหาร เนื้อย่างเกาหลี ที่ไปได้ดีกับอาชีพนี้

        ''อดีตดาวดังวันนี้ จึงขอว่ากันยาวๆ กับเรื่องราวของอดีตดาวตบและโค้ชทีมชาติคนนี้ ต.ต.อนุสร บัณฑิตย์
 

 หนุ่มน้อยนักกรีฑาดีกรีทองนร.อาเซียน
        อาจสับสนซักนิดกับการสะกดชื่ออนุสร ที่เดิมเราจะใช้ อนุสรณ์ บัณฑิตย์ เจ้าตัวยืนยันว่า ชื่อนี้เขียนไม่ผิดปน่ และมีที่มาที่ไป

        ''คือตัวอักษร ณ เณรกับการัณย์ ที่ตัดไปเพราะ ไปให้พระท่านดูตามวันเดือนปีเกิด ท่านก็บอกเป็นอักษรไม่เป็นมงคล ผมก็เลยไปเปลี่ยน ตัดออกไปเมื่อซักสิบปีมาแล้วล่ะนะ พอเปลียนใหม่เป็น อนุสรเราก็ติดนายร้อยเลยปีนั้น''
น.ต.อนุสร บัณฑิตกล่าว

        โค้ชต่ายเล่าเรื่องราววัยเด็กแบบพอประมาณ เกิดที่พระประแดง เป็นเด็กปากน้ำอยู่กับวัด เป็นเด็กวัดทรงธรรม อยู่กับหลวงพ่อ ช่วยงานวัดตั้งแต่เข้า หิ้วปิ่นโตตามหลวงพ่อบิณฑบาต จัดอาหาร ทำความสะอาดวัด งานพิธีเป็นหมด ที่พิเศษสำหรับหนุ่มน้อยคนนี้ เขาจะเป็นคนที่เล่นกีฬาได้หลายอย่าง โดยเฉพาะกรีฑา ที่เล่นมาตั้งแต่ประถม และเล่นทุกประเภท

 มาเรียนมัธยมที่โรงเรียนวัดทรงธรรม ได้เล่นกรีฑาอย่างจริงจัง ที่ถนัดคือประเภทลานทั้ง พุ่งแหลน ทุ่มน้ำหนัก หรือกระโดดไกล เหตุผลที่จับประเภทนี้ก็เพราะไม่มีคนจะเล่น แข่งขันกีฬานักเรียน ที่แม้จะไม่มีแข่งมากรายการอย่างชนิดอื่น แต่ทุกครั้งที่ลงสังเวียน ก็จะมีเหรียญรางวัลให้เพื่อนในโรงเรียนได้ชื่นชม หนึ่งในนั้นคือ จักรสุวรรณ โตเจริญ เลขาธิการสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน ที่เป็นศิษย์โรงเรียนวัดทรงธรรมด้วยกัน

        จนมาถึง ม.ปลาย อนุสร บัณฑิตย์ ถูกกรมพลศึกษา เรียกตัวเข้าร่วมทีมนักเรียนไทยไปแข่งกีฬานักเรียนชิงชนะเลิศแห่งอาเซียนที่ ฟิลิปปินส์ ในปี 2526 และหนุ่มจากพระประแดงคนนี้ ก็สร้างชื่อด้วยการคว้าเหรียญทองพุ่งแหลน

 ตอน ม.ปลาย ผมเล่นทั้งกรีฑา ทั้งวอลเลย์บอล แต่เพราะกรีฑาอย่าพุ่งแหลน ขว้างจักร ไม่ค่อยมีคนเล่น เราก็มาเอาดีทางนี้ด้วย คราวนี้พอจะจบ ม.ปลาย ผมก็จะมาต่อโรงเรียนจ่าอากาศ คราวนี้พอจะเลือกกีฬาที่จะใช้เป็นโควตา ผมก็เลือกกรีฑานี่แหละ เพราะไม่ต้องแข่งกับใครมาก จริงๆ วอลเลย์ฯ เราก็เป็นแล้ว เล่นได้ แต่คนมากันเป็นร้อย ไม่ไหวครับ เลยเลือกกรีฑา แล้วก็ทำให้เราเข้าโรียนจ่าอากาศได้''

        โค้ชต่าย เล่าเรื่องราวในอดี ก่อนเข้ามาอยู่ค่ายทัพฟ้า ได้อยู่กับยอดนักตบ ยอดทีมลูกยางชาย

สู่อาณาจักรลูกทัพฟ้า
        ในรั้วลูกทัพฟ้า ที่นี่ อนุสร บัณฑิต แทบจะตัดกรีฑากีฬาที่สร้างชื่อให้ออกไปจากวิถีชีวิต และมาทุ่มเทให้กับวอลเลย์บอล กับทีมที่ได้ชื่อว่าเป็นเบอร์ 1 ลูกยางชายตลอดกาล หนุ่มน้อยหน้าใหม่คนนี้ ได้เจอกับรุ่นเดอะอย่าง อำนาจ สามาราพัฒน์ ที่ต่อมาก็ขึ้นชั้นมาเป็นโค้ช จรัล พระคุ้มครอง จอมบอลเร็ว ''สองชาย'' สมชาย จรรยาศิริ และ สมชาย พินิจวงศ์ ปิยะ ศรีสมุทรนาค หรือ น.ท.ณัฐพล ศรีสมุทรนาค ในปัจจุบันยอดมือเซต และ ฉกรรจ์ พั่วกลาง ที่ตอนนั้นชื่อเสียงดังเปรี้ยงปร้างกันทุกคน


 กับรุ่นเดียวกัน ที่ต่อมาก็มีชื่อเสียงอย่าง เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ชื่อที่ใครๆ ก็รู้จักดี ''ปุ้ม'' เฉลิพล แสงประเสริฐ ในเวลาต่อมาก็ไปอยู่กับธนาคารกรุงเทพฯ ''โค้ชยุ่น'' มนต์ชัย สุภจิระกุล โดยนักตบในสังกัดทหารอากาศมี ''ลุงเกียรติ'' น.อ.ชูเกียรติ ไทยใหญ่ เป็นหัวหน้าโค้ช ที่หนุ่มนักตบทุกคน ให้ความนับถือสืบทอดกันมาทุกรุ่น

        ''ลุงเกียรติเป็นทั้งโค้ชที่สอนพวกเรามาตลอด อยู่กับลูกทีม ซ้อมกันหนักแต่ก็ได้ผล ทอ.ตอนนั้นได้แชมป์ทุกปี ต่อมาแบงก์กรุงเทพฯ ก็เริ่มขึ้นมา ลุงเกียรติคุมพวกเรานานมาก เป็นยอดโค้ชตนหนึ่งก็ว่าได้ หลายๆ อย่างผมก็ได้เรียนรู้จากลุงเกียรติ''
โค้ชต่ายกล่าว

        อนุสร บัณฑิต เล่นให้ทหารอากาศมาตั้งแต่เยาวชน พาทีมคว้าแชมป์หลายถ้วย รุ่นที่เล่นมาด้วยกัน จากที่กล่าวมาแล้ว ก็มีสองหนุ่มจากค่ายบัวหลวง ธนาคารกรุงเทพ ''เอก'' อนันตชัย ยูรประถม และ ''แชมป์'' ชาญยุทธ วุทธิพาณิง สองหนุ่มจากเมืองเหนือ ที่เคยสวมเสื้อเยาวชนทหารอากาศด้วยกันมาแล้ว

        จากระดับเยาวชน ไต่ขึ้นเล่นถ้วย ข ให้ทีมลูกทัพฟ้า ก่อนจะมาขึ้นชั้นเล่นชุดใหญ่ ซึ่งกว่ามายืนตรงนี้ได้ ก็ต้องวัดกันให้เห็นว่ามีฝีมือก่อนยึดเป็นหนึ่งในสิบสองนักตบในทีม แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ โค้ชต่าย ที่ได้ชื่อว่ามีการเล่นครบเครื่องทั้งรุกรับ ด้วยลีลาการเล่นที่ปราดเปรียว ทำให้ยึดพื้นที่ในทีมชุดใหญ่ได้อย่างเหนียวแน่น

 ในยุคที่ อนุสร บัณฑิต อยู่ในร่มเงาทีม "พญาอินทรี" อย่าง ทหารอากาศ ทีมลูกทัพฟ้ายังได้ชื่อเป็นมหาอำนาจลูกยางชาย แม้ทีมตบหนุ่มค่ายบัวหลวง ก็เริ่มทำทีมขึ้นมาเทียบเคียง เวลาผ่านไปเหมือนไม้ผลัดใบ จากรุ่นสู่รุ่น เมื่อถึงวัยที่นักตบต้องเลิกรา ก็มีมือตบหน้าใหม่ๆ ถ่ายเลือดมา นักตบดังๆ ยุคหลังที่ โค้ชต่าย ''ได้เล่นด้วยกันมาอย่า ''โย่ง'' สุนทร โพธิ์สีตา, ''โจ้'' อภิศักดิ์ รักชาติยิ่งชีพ, ''อู๋'' อรรถพล แดงประเสริฐ หรือ อนุสรณ์ เจริญศิริวงศ์ธนา มือเซต ก็เป็นสายเลือดใหม่ทดแทนรุ่นเก่า ที่ต้องไปด้วยเงื่อนไขของวัย ตามกาลเวลา

        เหล่านี้คือนักตบยุคท้าย ที่เล่นร่วมกับ โค้ชต่าย ในสีเสื้อค่ายลูกทัพฟ้า สร้างความเกรียงไกร ให้ระลึกถึงร่วมกัน






















วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

สภา ปฏิรูป คีตา ปฐมเหตุแห่งเพทภัย...การประชันสภา...

หมายเหตุ... อยู่ในระหว่างการปรับปรุงเนื้อหาและสำนวน
************************************

บทนำ...

ถ้าเรื่องใดไม่มีใน มหากาพย์ นี้แล้วก็จงอย่าไปหาจากที่ใดอีกเลย....

" What is not here is nowhere else "

( เพราะนี้คือที่สุดแล้วแห่งการประชันสภา )

*********

..........ในแว่นแคว้นใหม่ที่ ภราดรปาณแดง ได้รับแบ่งปันมา ทักษิฐิระ พลิกผืนดินแห้งแล้งกันดารและ มีแต่หนี้ ให้เป็นราชอาณาจักรที่มั่งคั่ง

มาร์คทุรนทุราย อิจฉาและทำ เฟ่ะฟ่ะจนอับอายขายหน้าระหว่างหาเสีย

เนื่องจากสำคัญผิดว่า ชาวนาคือคะแนนเสียงที่ด้อยค่า เมื่อพ่ายแพ้ต่อการประชันสภาจนถูกหัวเราะเยาะ ใส่ "มาร์คทุรนทุราย" ก็กลับไปเลียนแผลที่รังวิบัติของตน

มาร์คทุรนทุราย มุ่งมั่นหาทางประดิษฐ์คำคิดทำลายล้างฝ่ายปาณแดง ให้จงได้

..........มาร์คทุรนทุราย ปฏิบัติตามคำแนะนำของ สี่กุเสา ลุงเจ้าเล่ห์ และนักชาญสภา ที่มีคนรู้จักและไม่มีใครรู้จัก และรู้จักแต่ไม่รู้ว่าเป็นนักชาญสภา โดยเชิญ ทักษิฐิระ มาเล่นการประชันสภากัน

เป็นที่ทราบกันดีว่าการประชันสภาเป็นจุดอ่อนของลูกพี่ลูกน้องของตน ทักษิฐิระ ตกลงรับคำเชิญ ด้วยเชื่อมั่นในเชิงสภา

..........เนื่องจากความทุ่มเทอยู่ในการประชันสภา ทักษิฐิระ จึงวางเดิมพันและสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างที่มี ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดินเกิดที่รักยิ่ง ชื่อเสียง เงินทอง บุคคลที่อันเป็นที่รัก ฯลฯ และต้องยังต้องระหกระเหิน ไปอยู่ต่างแดน


ความสำคัญของธรรมะ

เทราออปที กล่าวตำหนิ ทักษิฐิระ ว่าเฉื่อยชา และไม่ยอมกระทำการใด ๆ เลย เมื่อตอนไปประชุมที่เมืองแห่งนกอินทรีย์

เนื่องจากเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ฝ่ายมาร์คทุรนทุราย ทำสภากล สู้ลุกขึ้นมารบกันเสียเลยจะไม่ดีกว่าหรือ

ทักษิฐิระ ปฏิเสธอย่างเรียบเฉย เราจะรักษาคำพูด กล่าวคือ ตัดสินใจปฏิบัติตามธรรมะของเรา

ธรรมะ (แปลได้ความหมายต่าง ๆ หลากหลายว่าเป็นหน้าที่ทางสังคมบ้าง ความชอบธรรมบ้าง หรือ ระเบียบจักรวาลบ้าง) คือภาระผูกมัดทางศีลธรรม

ซึ่งมนุษย์แต่ละคนควรสำนึก และปฏิบัติตาม หากปฏิบัติตามไม่ได้เสียแล้วก็จักเป็นอันตรายต่อวิถีปฏิบัติ และแนวคิดแห่งจักรวาลทั้งหมด

********

สงคราม ใกล้เข้ามาแล้ว

เมื่อ...

มาร์คทุรนทุรายปฏิเสธการคืนสภาให้ เหล่าภราดรปาณแดง ลูกพี่ลูกน้องของตน

อ้างว่าฝ่ายปาณแดงออกมาชิงสภาก่อนเวลากำหนด ต้อง ปฏิรูป เสร็จก่อนจึงออกมาได้

มาร์คทุรนทุราย พยายามขอการสนับสนุนจาก ปริศนา
เช่นเดียวกับ อรชร ปริศนา ให้ อรชร เลือกก่อนว่าจะเอากองทัพทั้งหมดของ ปริศนา หรือจะเอา ปริศนา ไว้เพียงองค์เดียว

อรชร เลือก ปริศนา ยอมให้ มาร์คทุรนทุราย ได้กองทัพของ ปริศนา ไปทั้งหมด

*********

มาร์คทุรนทุราย มักจะไม่ฟังคำเตือนใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะมั่นใจแน่นอนว่า ทวยเทพไม่ได้ให้พรแก่ ฝ่ายปาณแดง  พระเจ้าจะไม่คุ้มครอง ฝ่ายปาณแดง ในสงคราม

มาร์คทุรนทุราย นึกถึงคำดำรัสของบิดาว่า ธรรมะของนักรบคือ จึงกล่าวว่า “วิถีแห่งนักรบคือยึดมั่นอยู่กับชัยชำนะ ไม่ว่าบนวิถีนั้นมี ธรรมะ หรือ อธรรมะ อยู่ก็ตาม”

...เมื่อ  มาร์คทุรนทุราย นึกได้เช่นนั้นแล้วจึงกล่าววาจาออกไป

“ข้าฯ ขอสังเวยชีวิตของข้า ความมั่งคั่งของข้าฯ ราชอาณาจักรของข้าฯ ทุกสิ่งทุกอย่างของข้าฯ 

แต่ข้าฯ ไม่มีวันอยู่ร่วมอย่างสันติกับพวกปาณแดงได้ ข้าฯ จะไม่ยอมจำนนต่อพวกปาณแดง ถึงที่สุดแม้กระทั่งว่าตราบใดที่แผ่นดินมีที่เพียงให้ปักเข็มหมุดเล่มเดียว”


*******

มาร์คทุรนทุราย หาข้ออ้างเข้าข้างตนตามนิสัยดั้งเดิม
ว่า “ทวยเทพสร้าง ข้าฯ ขึ้นมาเป็นอะไรก็ตาม ข้าฯ ก็จะเป็นในสิ่งนั้น”

******* 
อรชร...
 
เวลานี้พี่น้องเราถูกความละโมบเข้าบดบังดวงตา ก็ย่อมเป็นธรรมดาที่จะมองไม่เห็นโทษของการทำลายวงศ์ตระกุลและญาติมิตร

แต่เราสิสหาย เรานั้นเห็นโทษภัยดังกล่าวอย่างชัดแจ้ง ก็ไฉนเราจึงไม่เลี่ยงจากบาปนั้นเล่า

------------

ปริศนา...

ไม่เสียใจกับสิ่งที่สูญเสียไปกับไม่ดีใจในสิ่งที่ได้มา หลักปฏิบัติเพียงเล็กน้อยนี้หากใครสามารถทำตามได้ เขาย่อมสามารถพาตนเองข้ามมหันตภัยแห่งชีวิตอันใหญ่หลวงและบ่วงแห่งกรรมนั้นได้

"รบเถิด อรชร หากท่านตายในสนามรบ สวรรค์ยังรอท่านอยู่ ยังเปิดประตูรอผู้ปราชัย"

*******

กองทัพของทั้งสองฝ่ายโถมประทะเข้าบดขยี้กัน เสมือนหนึ่งมหาสมุทรสองมหาสมุทรประทะกัน

ณ รังสกุณา ข้างทำเนียบได้กล่าวไว้ว่า  “เป็นทัศนียภาพอันงดงามยิ่ง”

“พระองค์ทรงเห็นความงดงามในความตายของมวลมนุษย์ 

บทกวีของพระองค์แต้มแต่งด้วยโลหิต และเสียงร่ำให้ของคนกำลังตาย


คือ คีตสังคีตของพระองค์”


สภา ปฏิรูป คีตา











คลิปภาษาไทย ติดตั้ง โปรแกรมแต่งรูปจีน XiuXiu และ การใช้งาน XiuXiu เบื้องต้น

คลิปภาษาไทย ติดตั้ง โปรแกรมแต่งรูปจีน XiuXiu และ การใช้งาน XiuXiu เบื้องต้น

แหล่งที่มา กด

XiuXiu (โปรแกรมจีน XiuXiu แต่งรูปบน PC) : โปรแกรมแต่งรูปจีน หลายคนเห็นชื่อแล้วมันดูแปลกๆ ทำไมถึงต้องเรียกแบบนี้ด้วย สาเหตุที่เรียกว่า โปรแกรมแต่งรูปจีน เพราะว่า พัฒนาโดย ผู้พัฒนาชาวจีน นั่นเอง โปรแกรมนี้เป็น โปรแกรมแต่งรูป ยอด นิยมแห่งปี 2012 (ปีมังกร) และ ปี 2013 (ปีงูเล็ก) ที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ ขณะนี้มีผู้ใช้ โปรแกรมแต่งรูปจีน XiuXiu มากกว่า 120 ล้านคน จากทั่วโลก ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวครับ สืบเนื่องมาจากกระแสของสังคมออนไลน์ (Social Network) ที่คนเรามักจะนิยมแต่งรูปต่างๆ ให้ออกมาน่ารักๆ แล้วแบ่งปัน (แชร์) ทาง Facebook Twitter หรือแม้แต่ Instagram ครับ
สำหรับ โปรแกรมแต่งรูปจีน ที่มีนามว่า XiuXiu ตัวนี้ จะทำให้ใบหน้าของคุณ สดใส เนียน วิ๊งๆ เลยทีเดียว โปรแกรมแต่งรูปจีน ตัวนี้เป็นโปรแกรมแต่งรูปที่ดังมากๆ ภายในโปรแกรมคุณสามารถ ตกแต่งภาพ ใส่เอฟเฟ็ค (Effect) ต่างๆ ได้มากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น การ ปรับหน้าเรียว ผิวขาวเนียน แก้มชมพู ดวงตากลมโต ลบริ้วรอยจุดด่างดำ และนอกจากนี้ โปรแกรม XiuXiu มีผมทรงต่างๆ ให้เลือก รวมถึงเปลี่ยนสีผมก็ได้อีกด้วย เสมือนว่ามี โปรแกรมเมคอัพ (Make-up) มืออาชีพที่จะทำให้คุณ สวยเนียนในพริบตา ตามที่คุณปรารถนาเลยล่ะครับ
โปรแกรม XiuXiu โปรแกรมแต่งรูปจีน ตัวนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบแต่งรูป แต่งภาพเนื่องจากฟังก์ชั่นใน โปรแกรมแต่งรูปจีน หากพูดถึง การใช้งานนั้น ง่ายมากๆ ไม่ซับซ้อน  ไม่ต้องมีความรู้ ทักษะ เบสิค เรื่องการใช้โปรแกรแมแต่งรูป อย่าง Photoshop มาก่อนก็สามารถใช้ได้ ทำให้คุณสามารถบรรจงแต่งภาพตามใจต้องการได้อย่างสบายแฮเลยล่ะครับ
และนอกจากนี้แล้วในส่วนของ โปรแกรม XiuXiu คุณก็ยังสามารถที่จะใส่เอฟเฟค ลูกเล่นของภาพได้อย่างมากมาย เช่นใส่ภาพการ์ตูนประกอบ ทำภาพแตกแบบขำๆ ได้อย่างง่ายดาย เพียงไม่กี่คลิก ให้คุณเอาไปอวดเพื่อนฝูงกันบน Facebook Twitter Instagram ได้อีกด้วย (ดูภาพประกอบด้านบน) ลองเอาไปใช้ดูนะ สำหรับ โปรแกรมแต่งรูปจีน ตัวนี้