วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บทความ จาก Face Book "กูต้องได้ 10 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ"

รวมลิงก์ กูเขียนไว้หลายอัน อันนี้ สำหรับคนที่มาทีหลัง แล้วจะหาอะไรอ่านเล่นๆ เพื่อทำความเข้าใจ ม็อบ กปปส.

ที่ สมเด็จพระบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าสุเทพ เทือกสุบรรณ ทรงเสด็จนำม็อบ กปปส. และจะทรงขึ้นครองราชย์ ต่อไปหากพระองค์ชนะ

สมาชิกใหม่ แล้วเพิ่งจะมาตามอ่าน

เพื่อทำความเข้าใจ นอกเหนือจากการอ่านที่หน้าเพจกู เป็นโพสท์ๆ ต้องอ่านย้อนลงไปลึกๆ ตามนี้

1. เปรม ผู้อยู่เบื้องหลัง
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=705601959485086

2. ทหารหลังวอร์รูม
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=705577949487487

3. อานันท์ นักล็อบบี้
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=701018503276765

4. ขี้ข้าหน้ากระโถน คิดริยำทำการใหญ่
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=700795713299044

5. แฉแผนอุบาทว์ จ้องล้มองค์รัชทายาท
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=698691926842756

6. ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ ก็เอาด้วยกฎหมาย
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=697393993639216

7. โล้นเดียรถีย์
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=696110823767533

8. สมชัย (จอมเลื่อน) และอวิชชา ปปช.
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=695983827113566

9. เผือกหมาจ้องล้มเลือกตั้ง
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=691572927554656

10. ทำความรู้จัก ซีล
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=691536990891583

11. ข้อควรปฏิบัติของประชาชน
https://www.facebook.com/burntobeamillionaire/posts/706450439400238

12. กฤษณ์ กาญจนกุญชร ราชเลขา
https://www.facebook.com/burntobeamillionaire/posts/701004713278144

13. งานแต่ง รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร และเครืออำมาตย์ ทั้งพวง
https://www.facebook.com/burntobeamillionaire/posts/700506756661273

14. นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา
https://www.facebook.com/burntobeamillionaire/posts/700492643329351

เอาไปอ่านแต่พอสังเขป อีกหนึ่งชั่วโมง เพจจะหายไปอีกครั้ง

ก็ขอให้ทุกท่าน บริโภคข้อมูลประกอบคอมเม้นต์ บางอัน กูจะคอมเม้นต์ทิ้งไว้ให้ท่านๆ เป็นเบาะแส ศึกนี้ ประชาชน ยังไม่แพ้ ...

ถึง ณ เวลานี้ กูบอกได้อย่างเดียว ให้เตรียมอาวุธไว้

เดี๋ยวกูจะให้ข้อมูล แกนนำตามหมายจับ มาแฉรายคน

รวมถึง กูจะเอาข้อมูลแกนนำดารา
ที่ไปร่วมม็อบ กปปส.มาให้ท่านด้วย

จะได้ตาม "คุกคาม" ได้ถูกตัว

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ร่วมกันบริจาคเงินเข้ากองทุนเยียวยาครอบครัวตำรวจฯ

ร่วมกันบริจาคเงินเข้ากองทุนเยียวยาครอบครัวตำรวจฯ ของ สปศท. (สมัชชาปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจไทย)
เลขที่บัญชีตามนี้ครับ

ธ.ออมสิน - 02011573424



คุณจิรภา เล็กภู่ ภรรยา ดต . ธีรเดช ผู้เตะระเบิดของนรก นกหวีด ช่วยชีวิตเพื่อนๆตำรวจ (บช กรุงเทพ 6070049132)

ท่านที่สอง คุณ อุสาห์ กองชัย ภรรยา สตต.ศราวุธ ชัยปัญหา ที่ถูก นรก นกหวีด ยิงเข้าที่ศีรษะ อาการน่าเป็นห่วงมากๆ (บช กรุงเทพ 3424593618)

***อยากทราบ บช นายดาบตำรวจ ล่าสุด ที่ถูก นรก นกหวีด ยิงเสียชีวิตครับ***


  ขอขอบพระคุณทุกท่าน ที่มีความห่วงใยและยินดีสละทุนทรัพย์ เพื่อดูแลครอบครัวตำรวจ ซึ่งก็เป็นลูกหลานไทยด้วยกันเองนะครับ และขอปิดท้ายโพสต์นี้ด้วยบทกลอน "จากใจ ตำรวจชั้นผู้น้อย" ที่ส่งต่อกันว่อนในโลกออนไลน์ตอนนี้แล้วกันครับ

สัตว์นรก...มันไล่ล่า...ฆ่าตำรวจ
กูเจ็บปวด...ด้วยคำสั่ง...ให้ตั้งแถว
ไร้ศาสตรา...รอลูกปืน...ยืนเป็นแนว
หวังคลาดแคล้ว...ใจหดหู่...ห้ามสู้มัน

ผู้พิทักษ์...ต้องถอยร่น...ถูกโจรล่า
ตายไม่ว่า...แต่นายเฉย...ถูกเย้ยหยัน
เมื่อตำรวจ...รอเป็นศพ...ก็จบกัน
อยากสู้มัน...แต่หมดสิทธิ์...กูผิดเอง

สัตว์นรก...มันมีเส้น...เห็นกันทั่ว
กูเหมือนรั้ว...ให้ยิงเอา...เข้าข่มเหง
หมดศักดิ์ศรี...โจรได้ใจ...ไม่หวั่นเกรง
มันอวดเบ่ง...รุกไล่ล่า...ไม่ปราณี

เพื่อนผู้จาก...ฝากวิญญาณ...ขอสานต่อ
กูไม่ท้อ...เพราะกูรัก...ในศักดิ์ศรี
ผู้พิทักษ์...ต้องกำจัด...สัตว์ผู้ดี
ผู้กดขี่...ขอจดจำ...ทุกค่ำคืน

เห็นร่างเพื่อน...ผู้จากไป...ใจกูเจ็บ
ไอ้สัตว์เทพ...มึงจงรู้...กูสุดฝืน
ตำรวจไทย...ยืนเป็นยาม...ห้ามใช้ปืน
หวังนายตื่น...รอคำตอบ...ขอบพระคุณ

Cr .....จากใจ ตำรวจชั้นผู้น้อย....

สามารถติดตามเพจของสมัชชาปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจไทยได้ที่ : https://www.facebook.com/protectionpolis

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ผู้หญิง ไอติมแท่ง... มันเป็นยังไง

มันก็เหมือนกับว่า เราซื้อไอติมแท่งของเรามากินแท่งหนึ่ง

แล้วก็มี ไอ้อี พวกหวังดี... ชี้ชวนดูนั้น ๆ นี้ ๆ แล้วพอเราไม่ระวังตัว

มันก็แย่งไอติมไป เอาไปเสร็จมันก็

ดูด ๆๆ เลีย ๆๆๆ  ไปทั่วแท่ง แล้วก็ยัง ถุย ๆ ๆ ใส่

เสร็จแล้วก็ทำหน้าภาคภูมิใจ

แถมยังทำใจกว้าง ยื่นมาแล้วบอกว่า กินมัย...

กูใจดี กูใจกว้าง กูเห็นใจมึง กูอยากให้มึงได้ดี

ใครจะไปแดกลง

เออ... พวกมึงก็แดก ๆ ไปเถอะ กูรู้ว่าหิวโหย ว่าอดยาก ว่าขาดแคลน

พอไม่เอา มันก็ทำตาเขียวใส่

ออ... หยิ่ง ยะโส โอหัง กร่าง  แบบนี้พวกกูต้องยำ อาาา...

เอออ เอากับพวกมัน

***
นั้นและที่เค้าเรียกว่า ผู้หญิงไอติมแท่ง

กูละโคตรเบื่อเลยยย เจอมา 20 กว่าปี

เมื่อไรอีพวกนี้จะหมดไปจากชีวิตกูซะที


วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2557

หมอเกลียดทักษิณเพราะระบบ P4P

มีแพทย์จำนวนหนึ่งแต่งชุดดำออกมาเดินขบวนประท้วง
ขับไล่ รมต.ที่มีแผนจะเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนแพทย์ทั่วประเทศ












จากเดิมที่จ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายตามความกันดารและอายุราชการ

จะเปลี่ยนมาใช้การจ่ายค่าตอบแทนตามปริมาณงานที่ทำหรือ P4P แทน

P4P ที่ว่าก็ตรงตามชื่อครับ คือเป็นระบบที่เอางานของแพทย์ พยาบาล ทันตะ เภสัช

มาคำนวนเป็นแต้ม ยิ่งงานหนัก งานยาก ก็จะได้แต้มมากขึ้น
แล้วค่อยเอาแต้มนั้นไปคำนวนเป็นค่าตอบแทนอีกทอดนึง














ประเด็นที่แพทย์กลุ่มนึง นำโดยชมรมแพทย์ชนบทออกมาเดินขบวนขับไล่ในหนนี้
เหตุผลที่ฝ่ายประท้วงอ้างก็คือ การยกเลิกเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย จะเป็นการบั่นทอนขวัญกำลังใจ
ทำให้แพทย์ขาดแรงจูงใจที่จะมาทำงานในพื้นที่ชนบทอันทุรกันดารเพราะค่าตอบแทนได้ไม่แตกต่างกับแพทย์ในเมืองเลย
อันนี้คงต้องยกปัญหาของวงการแพทย์ในปัจจุบันมาพูดถึงเสียก่อน ปัญหาทุกวันนี้คือทุกรัฐบาลที่ผ่านมา
พยายามดึงให้หมออยู่ใน รพช ด้วยเกมเดียวกับ รพ เอกชน นั่นคือพยายามดันค่าตอบแทนแพทย์ให้สูงขึ้นเรื่อยๆ
ชมรมแพทย์ชนบทเป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตีที่พยายามเพิ่มค่าตอบแทนแพทย์ตามชนบทมานานมาก
มองในแง่นึงมันก็เป็นเรื่องดีที่เพิ่มค่าตอบแทนแพทย์พวกเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย ยิ่งหมออยู่ชนบทนาน
ก็ยิ่งได้ค่าตอบแทนตรงนี้มากขึ้น ตามกฏเดิมใครอยู่เกินสี่ปีขึ้นไป ได้เงินเพิ่มห้าหมื่นบาท
หมอตาม รพช ถ้าอยู่เกิน 4 ปี ส่วนมากรายได้แสนขึ้นทุกคน ซึ่งอันนี้นี่ล่ะที่เป็นปัญหา
เพราะรัฐบาลไม่มีปัญญาหาเงินมาสนับสนุนค่าตอบแทนตรงนี้ได้หมด
ตั้งแต่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ไม่มีเงินจ่ายเงินก้อนนี้ให้หมอทั้งประเทศ
ติดเงินอยู่เกือบปี จนมีเจ้าหน้าที่ลาออกไปพอสมควรเพราะไม่มีเงินจะแดกข้าว
พอเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็เอาเงินมาจ่ายให้บางส่วน
แต่จ่ายได้ไม่หมดอยู่ดี จ่ายได้แค่ครึ่งนึงที่เหลือให้เอาเงินบำรุงของแต่ละ รพ จ่ายกันเอง
ทีนี้ปัญหาคือ รพ ทั่วประเทศส่วนมากอยู่ในภาวะตัวแดง คือขาดทุนอยู่แล้ว
หรือไม่ก็มีแววจะขาดทุนในอนาคตแหงๆ เพราะเงินรายหัวของประชากรที่ควรจะปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ
รัฐบาลกลับให้เงินรายหัวของประชากรคงที่ ในขณะที่ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์มันถีบตัวสูงขึ้นทุกปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง http://www.healthfocus.in.th/content/2012/11/1767
รพ ที่เงินบำรุงไม่ค่อยจะมี พอเอาเงินออกมาจ่ายค่าตอบแทนแพทย์ ก็ถังแตกกันถ้วนหน้าน่ะสิครับ

รู้หรือไม่ว่าค่าตอบแทนของแพทย์นี่เอาเฉพาะเบี้ยเลียงเหมาจ่ายของหมอสามคน

มันสามารถเอาไปจ่ายค่าแรง จนท “ทั้ง” รพ ได้เกือบทั้งปีเลยทีเดียว

ทีนี้เราลองมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง รพ ในเมือง กับ รพช (รพ ชุมชน) กันบ้าง

รพช มันห่างไกลสังคม กันดารกว่า รพ ในเมืองก็จริง แต่งานที่ทำใน รพช เทียบกับ รพ ในเมืองแล้ว

มันน้อยกว่ากันเยอะครับ รพ ในเมืองที่เยอะและคนไข้แออัดยัดเยียดมาก

ยกตัวอย่างเช่น รพ จังหวัดหลาย ๆ แห่งวอร์ดอายุรกรรมรองรับผู้ป่วยได้ 30 เตียง

แต่ต่อเตียงยาวไปถึงระเบียง คนไข้หกสิบคนแทบทุกวัน หรือตรวจไข้ที่แผนกผู้ป่วยนอกวันนึงเกือบสองร้อยคน

ข้อดีของ รพ ในเมืองก็คือใกล้ความเจริญมากกว่า ได้เที่ยว ได้ทำนู่นนี่มากกว่า รพช

สรุปคือทั้ง รพท รพศ รพช มีจุดดีจุดด้อยต่างกันไป
แต่ปัญหาคือค่าตอบแทนแพทย์ใน รพช มันสูงกว่า รพท รพศ แบบเว่อร์มากๆ

เป็นผลจากการผลักดันของชมรมแพทย์ชนบทในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา

ทำให้ค่าตอบแทนแพทย์ใน รพช สูงขึ้น สูงขึ้นเรื่อยๆ จนมันไม่สมดุลย์กัน

เกินกว่าที่ทรัพยากรของระบบจะรับไหว มันเป็นไปตามที่ รมต ให้สัมภาษณ์

ที่เขาว่าระบบมันเดินหน้าไปไม่ได้ เงินค้างที แพทย์ก็ต้องรวมตัวไปก่อม๊อบกดดันรัฐบาล

ให้จ่ายค่าตอบแทนที เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆระบบจะพังทลายเอาในอีกไม่นาน

ดังนั้นการแก้ปัญหาโดยลดค่าตอบแทนแพทย์ คือเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย

จากเดิมที่ให้แบบกินเปล่าตามสองปัจจัย คือความห่างไกล และอายุงาน

เปลี่ยนมาเป็นสองปัจจัย คือความห่างไกลและปริมาณงานที่ทำ หรือ P4P

ถ้าเป็นระบบเดิมจะคิดค่าตอบแทนแพทย์ดังในตารางข้างล่างนี้

 
รวม ๆ แล้วรายได้ของแพทย์ไทยใน รพช ของรัฐ จะประกอบด้วย

เงินเดือน ประมาณ 14,000-15,000 ค่าไม่เปิดคลินิคส่วนตัว 10,000

ค่าเวรอันนี้มากน้อยตามจำนวนเวร แต่ส่วนมากก็ประมาณ 4 - 5 หมื่นบาท

ที่เหลือเป็นเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่กันดาร

จะมีรายได้ตกเดือนละเก้าหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท แต่ถ้าเป็นแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่นั้นนานๆ

เช่น ผู้อำนวยการ รพ. ที่อยู่มาเกิน 4 ปี ก็จะมีรายได้ถีบขึ้นไปเป็นเดือนละ แสนสอง

ซึ่งกลุ่มนี้นี่แหละที่เป็นปัญหา เพราะจะสูญเสียรายได้ทันทีถ้าปรับการจ่ายค่าตอบแทนเป็น P4P

เนื่องจาก ผอ. รพ.หลาย ๆ แห่งที่เคยเห็นมา ไม่ทำงานตรวจคนไข้ว่ะครับ ทำงานบริหารอย่างเดียว

บางคนก็เอาเวลาราชการไปเตะบอล แข่งกีฬาจังหวัดก็มี แล้วปล่อยให้หมอรุ่นใหม่ที่เพิ่งจบ

รับหน้าที่ตรวจคนไข้ไปตามยถากรรม ปัญหานี้มันทำให้ปริมาณคนไข้ที่หมอแต่ละคนต้องตรวจมันเพิ่มมากขึ้น

เนื่องจากผู้อำนวยการ รพ. ที่อาวุโสและอยู่กินเงินเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายจำนวนมากเหล่านี้มันไม่ฟังค์ชั่นนั่นเอง

คนพวกนี้แหละที่เป็นปัญหามานาน และจะเสียรายได้จำนวนมากถ้าจ่ายค่าตอบแทนตามระบบใหม่

ในขณะที่หมอชนบทที่ทำงานตรวจคนไข้จริง ๆ ค่าตอบแทนที่เปลี่ยนแปลงไปนี่ไม่ค่อยมีผลกระทบหรอก

เพราะถ้าหมอชนบทจะลาออกเพราะค่าตอบแทนสู้เอกชนไม่ได้ เขาลาออกกันไปนานแล้ว

ที่อยู่นี่คือเขาอยู่กันได้ด้วยค่าตอบแทนระดับนี้ ขอแค่จ่ายให้สม่ำเสมอก็พอ ไม่ใช่ติดหนี้แล้วจ่ายกันข้ามปีแบบที่ผ่านๆมา
ตามที่ดูรายละเอียดของ P4P มา  ณ ปัจจุบันยังไม่ได้ยกเลิกเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายว่ะครับ

แต่ลดลงบางส่วนประมาณครึ่งนึง  จากนั้นก็เพิ่มเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนมาให้อีกส่วนคือ P4P

อันนี้ยิ่งทำงานเยอะ  ตรวจคนไข้เยอะ ก็ยิ่งได้มากขึ้น ซึ่งอันนี้ก็มีคนทักท้วงว่าถ้าทำแบบนั้น

หมอที่หน้าเงินมาก ๆ มันไม่ตรวจคนไข้แบบสั่วๆ คนละสามสิบวิ

แล้วเกณฑ์คนไข้มาตรวจกันวันละหลายร้อยคนหรอกเหรอ จะได้ตังค์เยอะ ๆ ไง ?

คือเขามีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ กับเพดานบนสุดที่จะจ่ายเงินค่าตอบแทน P4P เอาไว้แล้วครับ

ต่อให้ตรวจจนมือหงิกวันละ 200-300 คน เต็มที่มันก็ได้แค่เพดานบนที่กำหนดเอาไว้เท่านั้นแหละ

ดังนั้นแทนที่จะมองว่าเป็นการกระตุ้นให้แพทย์หิวเงินมากขึ้น เราควรจะมองว่ามันเป็นการเกลี่ยรายได้

ให้หมอที่ทำงานเยอะ ผ่าตัดเยอะ ตรวจคนไข้ มีรายได้ตามงานที่ทำลงไปอย่างยุติธรรมมากกว่า

ในขณะที่หมอที่ไม่ได้ทำงาน นั่ง ๆ นอน ๆ เกาตูดเซ็นเอกสารอย่างเดียว ก็จะได้ค่าตอบแทนน้อยลงไปด้วย ชะละล่า

การปรับการจ่ายค่าตอบแทนเป็น P4P มันจะทำให้หมอใน รพท รพศ ได้ค่าตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วยเพราะงานล้นอยู่แล้ว  ในขณะที่ รพช อาจได้น้อยกว่า แต่ก็มีเงินจากค่ากันดารที่ลดลงมาถัวเฉลี่ยแทน

วิธีนี้ดีตรงที่ทำให้การกระจายค่าตอบแทนของแพทย์มันเกลี่ยกันเสมอภาคมากขึ้น


วิชาชีพอื่นก็ได้ผลประโยชน์ไปด้วย เช่น พยาบาล เขาจะได้ค่าตอบแทนตามที่ควรได้จาก P4P

ควรรู้ว่าวิชาชีพพยาบาลนี่เป็นวิชาชีพที่สำคัญมากแถมยังงานหนักบรรลัยเลย

ทุกวันนี้ค่าตอบแทนของแพทย์ชนบทมันไม่สมเหตุสมผลครับ อย่างที่บอกเอาไว้ข้างต้นว่า

มันเป็นการเรียกร้องจากชมรมแพทย์ชนบทในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

ทำให้ค่าตอบแทนของแพทย์ชนบทสูงขึ้น สูงขึ้นเรื่อยๆ ขนาดไม่ต้องทำงานตรวจ

นั่งเซ็นเอกสารอย่างเดียว ขอแค่อยู่พื้นที่นั้นมานาน คุณก็ได้เงินไปกินนิ่มๆเดือนละแสนกว่าบาทแล้ว

แต่วิชาชีพอื่น แทบจะไม่ได้เงินก้อนนี้เลย หรือได้น้อยมาก เช่นพยาบาลได้แค่พันห้าเท่านั้น

ทั้งที่วิชาชีพเหล่านี้ก็งานหนักและเสียสละไม่แตกต่างกัน สาเหตุเป็นเพราะค่าตอบแทนของแพทย์

ได้สูบเอาทรัพยากรส่วนมากของระบบสาธารณะสุขไทยไปหมดแล้ว

ดังนั้นแทนที่แพทย์จะอ้างว่า ฉันเสียสละฉันทุ่มเทนะ ฉันเรียนมาสูง เรียนมาตั้งหกปีเชียวนะพี่ชาย

และพยายามรักษาเงินก้อนที่ตัวเองได้มาโดยไม่สมเหตุสมผลนี้เอาไว้อย่างสุดชีวิต

บางทีแพทย์อาจจะควรเหลียวกลับไปมองเพื่อนร่วมวิชาชีพ ที่ฟันฝ่ามาด้วยกัน

เช่น พยาบาล เภสัช ทันตะ ที่ยืนท้องกิ่ว ท้องร้องจ๊อกๆอยู่เบื้องหลัง

ในขณะที่แพทย์ฟาดเค้ก “งบประมาณสาธารณสุข” มาฟาดจนพุงกางอยู่คนเดียว

จริงๆแล้วค่าตอบแทนของวิชาชีพเหล่านี้ที่ว่ามามันก็น้อยกว่าเอกชนทั้งนั้นแหละ

แต่มีเฉพาะของแพทย์วิชาชีพเดียว ที่มันโดดสูงกว่าชาวบ้าน ดังนั้นถ้าจะให้ดี

เราก็ควรจะเกลี่ยค่าตอบแทนที่สูงเกินไปให้ลดลงมาหน่อย ให้มีงบประมาณเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนร่วมวิชาชีพบ้าง

จากนั้นค่อยรวมตัวกันเป็นองค์กรสหวิชาชีพ เรียกร้องให้เพิ่มค่าตอบแทนทุกคนอย่างเท่าเทียมและสมเหตุสมผลไม่ดีกว่ารึ

ที่เห็นคนออกมาประท้วงนี่ก็ใช่ว่าหมอ พยาบาล ทันตะ เภสัช จะไม่เห็นด้วยกับ P4P ไปเสียหมดทุกคน

คนที่เห็นด้วยก็มีอยู่เยอะแยะ แต่ไม่ออกข่าวเหมือนกับที่แพทย์ชนบทแต่งชุดดำมาเดินชบวนประท้วงก็เท่านั้นเอง






















แต่ก็ใช่ว่าผมจะเห็นด้วยกับระบบ P4P ไปเสียหมด ถ้ามันจัดสรรคะแนนไม่เข้าท่า

หรือเอาเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายออกไปทั้งหมด คิดแต่ P4P อย่างเดียว มันก็อาจจะเกิดปัญหาในอนาคตได้

แต่ถ้าปรับปรุงให้มันดีๆ อนาคตมันอาจจะเป็นทางออกนึงในการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของไทยก็ได้ว่ะครับ